วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กีฬา

สสส. จับมือ สมาคมวอลเลย์บอลฯ สร้างเสริมภาวะผู้นำฝึกทักษะ พัฒนา เยาวชน ใส่ใจสุขภาพ เปิดโครงการคลินิกวอลเลย์บอลเพื่อเยาวชน วัยใสใส่ใจคุณภาพ จัด 4 ครั้งใน 2 จังหวัด ประเดิมหนแรก วันที่ 3 กันยายนนี้ ที่ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2557 ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส ประธานกำกับทิศ แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธาน แถลงข่าว “คลินิก วอลเลย์บอล เพื่อเยาวชน วัยใสใส่ใจสุขภาพ” พร้อมด้วยเรืออากาศโท จักรสุวรรณ โตเจริญ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศ นายณรงค์ศักดิ์ คูบุญญอารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น และนายสุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สระบุรี ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้
 
นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส ประธานกำกับทิศ แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สสส.กล่าวว่า สสส. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ยิ่งในปัจจุบันกีฬาวอลเลย์บอล ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายในหมู่เยาวชน ดังนั้น  สสส.ร่วมมือกับ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย , ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี และบริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด ( มหาชน ) จัดโครงการ “คลินิกวอลเลย์บอล เพื่อเยาวชน วัยใสใส่ใจสุขภาพ” วัตถุประสงค์หลัก เพื่อชวนผู้นำเยาวชน ได้เรียนรู้ ฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาเยาวชนวัยใส เสริมสร้างความเข้าใจ ให้เยาวชนหันมาใส่ใจสุขภาพและห่างไกลยาเสพติด โดยการนำกีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาเป็น ส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ
 
ขณะที่ เรืออากาศโท จักรสุวรรณ โตเจริญ กล่าวว่า โครงการนี้จะมีวิทยากรจากทางสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ที่จะเข้าไปให้ความรู้ ความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่น กฎ ระเบียบ กติกา มารยาทของกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้เข้าอบรม ให้สามารถนำกลับไปพัฒนาเยาวชนได้ 
 
สำหรับ “คลินิกวอลเลย์บอล เพื่อเยาวชน วัยใสใส่ใจสุขภาพ” จัดขึ้นจำนวน 4 ครั้ง 2 จังหวัด ได้แก่ ครั้ง ที่ 1  ในวันที่ 3 กันยายน 2557  ณ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี ครั้งที่ 2วันที่ 4 กันยายน 2557 ณ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี  ครั้งที่ 3 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ณ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น และครั้งที่ 4 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ณ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 
- See more at: http://volleyball.smmonline.net/news-128041-%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%AA.%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99%20.html#sthash.c4WnzTov.dpuf

วาไรตี้

นายดอน ซิมป์ซัน วัย 90 ปี และนางแม็กซีน วัย 87 ปี คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันที่แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กินกันมานานถึง 62 ปี ได้เสียชีวิตลงในเวลาไล่เรี่ยกันเมื่อวันที่ 21ก.ค.ที่ผ่านมา

เรื่องราวที่ได้รับการเปิดเผยจากนางสาวเมลิสซา สโลน ซึ่งเป็นหลานสาวของทั้งคู่ นายดอน ผู้เป็นสามี มีอาชีพเป็นวิศวกรมาจากรัฐนอร์ทดาโกตา ขณะที่ภรรยาคือนางแม็กซีน เป็นชาวแคลิฟอร์เนีย โดยเมลิสซาเผยว่า หลังแต่งงานได้ประมาณ 10 ปี ทั้งคู่จึงตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กชาย 2 คนมาเป็นบุตรบุญธรรม

เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้นางแม็กซีนได้ล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็งก่อนที่อาการจะทรุดหนักลงเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ส่วนนายดอนเองก็ล้มป่วยเช่นกันหลังประสบอุบัติเหตุกระดูกสะโพกหักเมื่อเดือนก.ค. เมลิสซาจึงตัดสินใจย้ายทั้งคู่มาอยู่ที่บ้านพร้อมกับจัดเตียงให้ทั้งคู่นอนเคียงข้างกัน ซึ่งก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเสียชีวิตลงไม่กี่สัปดาห์ ทั้งสองต่างจับมือกันตลอดเวลาพร้อมกับดูรูปครอบครัวสมัยวันวานด้วยกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะอำลาโลกไปพร้อมกันเมื่อวันที่ 21ก.ค.ที่ผ่านมา นางแม็กซีนได้เสียชีวิตลงก่อนพร้อมกับจับมือสามีไว้ไม่ห่าง และจากนั้น 4 ชั่วโมงต่อมานายดอนจึงเสียชีวิตตามมา

เมลิสซา เล่าว่า หลังนางแม็กซีนเสียชีวิตลง ครอบครัวได้นำร่างเธอออกจากห้องไป จากนั้นนายดอนค่อยๆ หายใจช้าลงๆ จนกระทั่งสิ้นใจตามภรรยาไป ทั้งนี้เมลิสซายังเผยอีกด้วยว่า คนในครอบครัวต่างคิดไว้แล้วว่าทั้งสองจะต้องเสียชีวิตลงพร้อมกันแน่ๆ โดยเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่ก็แฝงไปด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นทั้งคู่รักกันและใช้ชีวิตร่วมกันจนวินาทีสุดท้าย

ผู้ชาย

นิสัยของผู้ชาย : 1. เขาจะโกหกคุณ อย่าเพิ่งกรี๊ด ไม่ใช่เรื่องเรื่องโกหกใหญ่โตที่รับไม่ได้หรอก แต่เป็นการโกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จริง ๆ ก็มีจุดประสงค์ของมันนะ หลัก ๆ ก็เพื่อทำให้คุณรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเอง และทำให้เขาไม่ต้องเดือดร้อน ฉะนั้น ถ้าคุณถามเขาว่าชุดนี้สวยไหม หรือเขาไปจ่ายบิลค่าไฟฟ้าหรือยัง หรือเขาอยากเจอพ่อแม่ของคุณหรือเปล่า เขาก็จะตอบรับอย่างหนักแน่นเสมอไป ถึงแม่เขาจะคิดเป็นอย่างอื่นก็ตามที ทำไมน่ะหรือ? อ้าว ก็การตอบอย่างอื่นมันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับได้ไม่ใช่หรือล่ะ

นิสัยของผู้ชาย : 2. เขาจะแอบมองผู้หญิงอื่นเสมอ คุณอาจคิดว่าคุณเป็นสาวคนเดียวที่เขามีสายตาไว้จับจ้อง แต่รับประกันได้เลยว่าเขาต้องแอบมองผู้หญิงอื่นอย่างน้อยก็วันละไม่ต่ำกว่า 10 คนหรอก บางคนอาจทำให้เขาอดคิดไม่ได้ด้วยว่า ถ้าได้แอ้มสักทีจะเป็นยังไงบ้างน้า แต่อย่าเพิ่งสติแตกไปเลย ในท้ายที่สุดเขาก็จะตระหนักได้เสมอว่า สิ่งที่เขามีอยู่นั้นดีที่สุดแล้ว และผู้หญิงอื่นก็อาจจะน่าเบื่อได้เช่นกัน

นิสัยของผู้ชาย : 3. เขาจะพูดถึงคุณเสมอ คิดว่าเรื่องตลก ๆ น่าอายระหว่างคุณกับเขาจะรู้กันอยู่แค่สองคนเหรอ? ไม่มีทางอ่ะ ไม่ว่าคุณจะกำชับแค่ไหนว่า “อย่าบอกใครเรื่องนี้นะ” มันก็จะเป็นเรื่องแรกที่เขาเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังเวลากินเหล้ากันเสมอ แหม เขาก็แค่อยากเช็คว่าเรื่องแบบนี้มันปกติหรือเปล่า แล้วก็หาเรื่องหัวเราะคุณนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นแหละ

นิสัยของผู้ชาย : 4. เขาจะไม่มีวันใส่ใจเรื่องแต่งตัวได้มากเท่าคุณ ผู้ชายทั้งแท่งส่วนใหญ่แคร์เรื่องแฟชั่นเลยจริง ๆ นะ เขาก็อยากดูดีเหมือนกัน แต่การช้อปปิ้งไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับผู้ชายเท่าไหร่ ทำให้เขาพลอยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการแต่งตัวตามไปด้วย ถ้าคุณอยากให้เขาแต่งตัวดีขึ้นก็ได้เลย ซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ที่คุณอยากให้เขาใส่มาให้ได้เลย แต่อย่าคาดหวังว่าเขาจะพยายามแต่งตัวให้ดีขึ้นด้วยตัวเองเพื่อคุณเลย

นิสัยของผู้ชาย : 5. เขาจะไม่มีวันหยุดดูกีฬา ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบดูกีฬา และในขณะที่เขาเข้าใจดีว่าคงได้ดูน้อยลงถ้าเกิดอยู่บ้านเดียวกับคุณแล้ว แต่ก็อย่าได้หวังเชียวว่าเขาจะเลิกโดยเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ให้เขาดูในบ้าน เขาก็จะไปหาดูที่อื่น อย่างเช่น ตามผับหรือบาร์ที่มีให้ดู แล้วก็อย่าบ่นล่ะถ้าเขาจะขอครองจอทีวีในช่วงฟุตบอลโลก ก็แหม สี่ปีมีหนเดียวเองนะ

นิสัยของผู้ชาย : 6. เขาจะไม่พูดถึงความรู้สึกตัวเองแน่นอน ในขณะที่ผู้หญิงอยากจะพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง สำหรับผู้ชายแล้ว มันเป็นเรื่องทรมานใจมาก เขาก็รู้ดีอยู่หรอกว่ามันมีประโยชน์ในการเปิดใจกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องชอบด้วยนี่นา

นิสัยของผู้ชาย : 7. เขาจะหงุดหงิดทุกครั้งที่ต้องรอคุณแต่งตัวนาน ๆ ถึงแม้เขาจะอยู่กับคุณนานแค่ไหน หรืออยู่ในบ้านที่มีพี่น้องผู้หญิงหลายคน และเจอเรื่องนี้มามากแค่ไหน ก็อย่าได้หวังเลยว่าเขาจะทำใจได้ ต่อให้เขาไม่แสดงออกก็รู้เถอะว่าเขาแอบหงุดหงิด

นิสัยของผู้ชาย : 8. ทัศนคติเรื่องเซ็กส์ของเขาแตกต่างกับคุณเสมอ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักคิดเรื่องเซ็กส์ในแบบที่แตกต่างกับผู้ชาย ในขณะที่คุณให้คุณค่ากับร่างกายของคุณ และต้องการความรู้สึกสนิทเสน่หากันก่อนที่จะมีเซ็กส์กับใครสักคน ผู้ชายจะสามารถมีเซ็กส์ตอนไหนก็ได้!

นิสัยของผู้ชาย : 9. เขาจะไม่มีวันสื่อสารได้ดีเท่าคุณ ขณะที่ผู้หญิงขยันส่งการ์ดขอบคุณ การ์ดวันเกิด การ์ดปีใหม่ สารพัดการ์ดทุกเทศกาล รวมถึงเขียนอีเมล โทรศัพท์คุยกับคนโน้นคนนี้ ผู้ชายจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอกรู้ไว้เถอะ โดยเฉพาะเรื่องเขียนเนี่ยแหละ

นิสัยของผู้ชาย : 10. เขาจะไม่มีวันบอกว่าคุณอ้วนขึ้น ถึงแม้คุณจะไม่คิดรีรอที่จะชี้ไปที่พุงของเขาและบอกว่า “ต้องลดแล้วนะ” แต่ผู้ชายจะไม่มีวันยกเรื่องเซลลูไลต์ที่ต้นขาของคุณขึ้นมาพูดเด็ดขาด เขาไม่ได้แคร์มันขนาดนั้นหรอก และตอนที่ได้เห็นมัน เขาก็ได้แอ้มคุณอยู่ เรื่องอื่นสำคัญกว่าเยอะ!

ผู้หญิง

/เราอยากแชร์ประสบการณ์ในการเดินทางครั้งล่าสุดของเราที่ประเทศสวิส อิตาลีที่ผานมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ 
เราไปประชุมที่สวิส (บริษัทแม่) เราเคยไปมาแล้วสี่ครั้ง ทุกครั้งที่เราไป ไม่เคยมีปัญหา เนื่องจากเรานั้น ออกแนวไชนิสไทยมากกว่าไทยไทยค่ะ

เราขอเล่าเกริ่นๆ นำสักนิด เพื่อจะได้เห็นภาพชัดเจนเพิ่มเติมนะคะ 
การเดินทางครั้งนี้  เราเดินทางกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่หน้าตาแบบไทยจ๋ามากๆ ออกแนวแขกได้ อินเดียได้ประมาณนี้ค่ะ 
น้องเค้าหน้าตาดี คมเข้ม ดำขำ และคิดว่าเป็นสเปคของหนุ่มต่างชาติเลยละคะ 

ตอนประชุม ก็จะมีตัวแทนจากทุกสาขาทั่วโลก รวมทั้งชาวเอเชีย อย่างเราๆ จากประเทศจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น 
แต่เอเซียเหล่านี้ั หน้าตาออกแนวจีน-ญี่ปุ่น รวมทั้งตัวเราด้วยค่ะ 

เราเองรู้สึกเลยว่า มีตัวแทนจากบางประเทศในยุโรป พอรู้ว่า เราสองสาว เป็นตัวแทนจาก south east asia และมาจากประเทศไทย
สายตาดูถูกดูแคลน มีรัศมีอำมหิตแบบพุ่งแรงตรงมายังพวกเราอย่างมากเลยค่ะ

วันแรกๆ เราก็คิดว่า เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกัน (บางคน เป็นคนใหม่) เราก็พยายามผูกมิตร แต่รัศมีการดูถูกดูแคลนโลกที่สามแรงมากจากคนๆ นี้ จากชาติยุโรปติดกับสวิสนี้แหละค่ะ เราสองคนคุยกันว่า ทำไมเค้ามองพวกเราแบบนั้น เราเองชักจะโมโหเหมือนกัน วันที่สาม สองสาวเราก็ไม่มอง ไม่สบตา ไม่คุยด้วยเช่นกันค่ะ 

จากการแลกเปลี่ยนการพูดคุยกับชาวสวิสบางคน บางคนที่ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย เค้าบอกพวกเราว่า พวกเค้ารู้จักแต่ พัทยา และแบงคอกเท่านั้น  สองเมืองนี้เป็นเมืองสำหรับมาพักร้อนของพวกผู้ชาย มีแต่ผู้หญิงไทยที่คอยจะจับฝรั่งค่ะ มีการพูดคุยถึงสาวไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ และไปทำเสียชื่อเสียงไว้เยอะเลยค่ะ และบอกว่า ประเทศยูจนมากใช่มั้ย อีกสารพัดค่ะ 

พอมาอีกที่ที่อิตาลี เราเจอหนักเลยค่ะ  เราไปยืนถ่ายรูปที่ duomo แล้วดันไปชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีหน้าตาเป็นชาวเอเซีย แต่ไม่ใช่คนไทย
เค้ามากับฝรั่งแก่ๆ คนหนึ่ง เราก็ขอโทษที่ไปชนเค้า ผู้หญิงโอเคมาก บอกว่าไม่เป็นไรเลย คนเยอะมากอยู่แล้ว แต่ชายฝรั่งที่มาด้วย ฮีไม่ยอมค่ะ  โวยวายเสียงดังลั่นเป็นภาษาอิตาลี  เราก็เลยโค้งและพูดขอโทษอีกครั้งกับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ และมีการดุผู้ชายด้วย หยุดได้แล้วประมาณนั้นค่ะ  ฮียังไม่ยอมหยุดค่ะ ฝรั่งคนหนึ่งขึ้นเสียงมาถามเราว่า ยูมาจากประเทศไหน เรามองแต่ไม่ตอบ เพราะคิดว่าทำไมต้องไปตอบ แต่น้องที่มาด้วยเค้าดันไปตอบว่ามาจากไทยแลนด์ แค่นั้นแหละ ฝรั่งคนนี้ หันไปพูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า ยูเห็นมั้ยว่าพวกนี้มาจากไทยแลนด์ แบงค้อก  เราสวนกลับทันที SO WHAT แบบน้ำเสียงดังและโมโหมาก คิดในใจเป็นไงเป็นกัน มาดูถูกประเทศชาติอะไรชั้น ฝรั่งคนนั้น ตกใจไม่นึกว่า เราจะโมโหขึ้นเสียงเป็นเหมือนกัน มีการตอบกลับมาว่า oh its so beautiful  เราก็เลยกระแทรกเสียงกลับไปว่า Thank you แรงๆ  ผู้หญิงที่มาด้วย เห็นว่าถ้าไม่ดี เลยพาผู้ชายคนนันเดินจากไป ไม่งั้น เราคิดว่า เราคงไม่ยอมแน่ๆ เหมือนกันค่ะ 

ที่เราเล่า เป็นแค่บางเรื่อง บางตอนแค่นั้นนะคะ แต่มีอีกเยอะค่ะ ที่พวกชาวยุโรป มองคนไทยว่า เป็นพวก 3rd world โลกที่สาม 
ผู้หญิงไทยเป็นแค่ของเล่น เป็นผู้หญิงขายตัว ต้องการจับฝรั่ง หน้าเงิน อื่นๆ อีกมากมายในทางฉาวค่ะ 

เราอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเพื่อนๆ ที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อย ผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติและอยู่ในต่างแดน
เราไม่ทราบว่า พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ เจอประสบการณ์แบบเดียวกับที่เราเจอหรือเปล่าคะ   เจอเหตุการณ์ที่คนต่างชาติ มีอาการดูแคลนแบบนี้
กับคนไทยค่ะ ว่าคุณรู้สึกอย่างไร และโต้ตอบอย่างไร และเราในฐานะคนไทย เราจะช่วยกันอย่างไรคะ 

ฟังเพลง

http://musicstation.kapook.com/

ดูหนัง

เว็บไซต์สยามมูฟวี่ดอทคอม

เป็นแหล่งที่ให้บริการดูหนังออนไลน์ฟรีสำหรับคอหนังชาวไทยโดยเราจะเน้นคุณภาพหนัง HD, Full HD และหนังมาสเตอร์มีเสียงที่ดังกระหม่ำฟังชัด หรือหนังซูมหนังโรงโคตรชัดมีซับไทยให้รับชมก่อนใครๆ เว็บหน้าใหม่ไฟแรงจะของคลังหนังที่รวบรวมไว้ทั้งหนังไทย จีน ฝรั่ง รวมถึงซีรีย์และการ์ตูนอนิเมชั่นที่ได้เพื่ออรรถรสที่ท่านต้องการอย่างครบครัน ติดตามเว็บไซต์ "ดูหนังออนไลน์" "ดูหนังฟรี""หนัง HD" ได้ที่นี่ siam-movie.com 

นางแบบขายตัว

จซี่ คันนิ่งแฮม ขายตั๋วเข้าชมการคลอดลูกคนที่สามของเธอที่บ้าน ชาวเน็ตวิจารณ์ยับหากินกับการเกิดของเด็ก 
เว็บไซต์ข่าวอังกฤษ “ดิ เอ็กเพรสส์” รายงานว่า “โจซี่  คันนิ่งแฮม” ดารานางแบบชาวอังกฤษ ได้ประกาศทางทวิตเตอร์ของตนเองเรียกลูกค้าชมการคลอดลูกคนที่3 สดๆของเธอ ที่สำคัญจำกัดผู้เข้าชมเพียงแต่ 4 คนเท่านั้น  โดยตั๋วเข้าชมการคลอดของเธอจะมี 2 ราคา ราคาล่ะ 5,000 ปอนด์ ( 272,000 บาท ) ต่อใบ ราคา 10,000 ปอนด์ ( 544,000 บาท ) ต่อใบสามารถใช้กล้องถ่ายภาพและทำคลิปได้ โดยราคานี้รวมค่าเดินทางและที่พักไว้ให้พร้อม หมดแล้วหมดเลย
5


7
ซึ่งทันทีที่เธอประกาศภายในเวลา 14 นาที ตั๋วก็ขายหมดทันทีโกยรายได้ตั๋ว 4 ใบไปแบบสวยๆ 30,000 ปอนด์ รวยทันตากันเลยทีเดียว อย่างไรก็มีกระแสบนโลกอินเตอร์เน็ตต่อต้านเธอ ว่าหากินกับเด็กและไม่เหมาะสมแล้วขุดคุ้ยเรื่องของเธอว่าประจานว่าเธอเองเคยที่จะตั้งใจทำแท้งเด็กผ่านรายการเรียลลิตี้ บิ๊กบราเธอร์ อีกด้วย